เตือน "3 เครื่องใช้ไฟฟ้า" ดึงปลั๊ก หวังประหยัดไฟ แต่อาจได้ไม่คุ้มเสีย-แถมพังไวขึ้น

เตือน "3 เครื่องใช้ไฟฟ้า" ดึงปลั๊ก หวังประหยัดไฟ แต่อาจได้ไม่คุ้มเสีย-แถมพังไวขึ้น

เตือน "3 เครื่องใช้ไฟฟ้า" ดึงปลั๊ก หวังประหยัดไฟ แต่อาจได้ไม่คุ้มเสีย-แถมพังไวขึ้น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อย่าหาทำ! สื่อญี่ปุ่นเตือนดึงปลั๊ก "3 เครื่องใช้ไฟฟ้า" หวังประหยัดไฟ แต่อาจได้ไม่คุ้มเสีย-แถมพังไวขึ้น

ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การประหยัดไฟฟ้ากลายเป็นภารกิจหลักของหลาย ๆ ครัวเรือน พฤติกรรมยอดฮิตที่ทำกันแทบทุกบ้านคือ "การดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทันทีที่ไม่ได้ใช้งาน" เพื่อตัดกระแสไฟสแตนด์บาย หรือไฟพร้อมใช้งานที่ยังคงวิ่งเข้าเครื่องอยู่ แต่รู้หรือไม่ว่าวิธีนี้ไม่ใช่จะใช้ได้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด

เพราะสื่อญี่ปุ่นได้ออกมาเตือนว่า มีเครื่องใช้ไฟฟ้า 3 ชนิดที่ไม่ควรดึงปลั๊กออกสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะนอกจากจะไม่ช่วยประหยัดขึ้นเท่าไหร่แล้ว ยังอาจสร้างความเสียหายและปัญหากวนใจตามมาอีกด้วย

สำนักข่าว FINANCIAL FIELD ของญี่ปุ่น เผยข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรและพลังงาน กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมแห่งญี่ปุ่น ระบุว่า "ค่าไฟสแตนด์บาย" จากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้เพื่อรักษาระบบ เช่น จอแสดงผล LED รีโมทคอนโทรล หรือระบบเปิดเครื่องอัจฉริยะ คิดเป็นร้อยละ 5.1 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของบ้านต่อปี ซึ่งคิดเป็นเงินเฉลี่ยประมาณ 7,068 เยนต่อปี (หรือประมาณ 1,500 กว่าบาท)

แม้ตัวเลขจะดูน่าถอดปลั๊กเพื่อประหยัดเงิน แต่สำหรับ 3 เครื่องใช้ไฟฟ้า ต่อไปนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า "ห้ามถอดปลั๊ก" หากไม่จำเป็นจริง ๆ

1. ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง: ถอดปุ๊บ ความเย็นตก ของเน่าเสียเสี่ยงอาหารเป็นพิษ

นี่คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องได้รับกระแสไฟหล่อเลี้ยงตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อรักษาอุณหภูมิและความสดใหม่ของอาหาร หากคุณถอดปลั๊กออกเพียงเพราะต้องการประหยัดไฟในช่วงสั้น ๆ อุณหภูมิภายในจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้อาหาร แร่ธาตุ และเนื้อสัตว์แช่แข็งละลายและบูดเสีย

ซึ่งนอกจากจะสร้างกลิ่นเหม็นอับแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขอนามัยและอาการอาหารเป็นพิษเมื่อนำกลับมาทานอีกด้วย ยกเว้นในกรณีที่ต้องการล้างตู้เย็นหรือย้ายบ้านเป็นเวลานานเท่านั้นถึงจะควรถอด

2. เราเตอร์ Wi-Fi: ดึงปลั๊กปุ๊บ ระบบบ้านอัจฉริยะล่มทันที

เราเตอร์อินเทอร์เน็ตอาจจะกินไฟอยู่ตลอดเวลา แต่การถอดปลั๊กจะทำให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตในบ้านตัดขาดทันที ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด (CCTV) ระบบไฟอัจฉริยะ หรือคอมพิวเตอร์ที่ต้องการอัปเดตข้อมูล

หากคุณอยู่บ้านหรือแค่ออกไปทำธุระสั้น ๆ ไม่แนะนำให้ถอดปลั๊กเด็ดขาด เพราะการเปิด-ปิดระบบเราเตอร์ใหม่บ่อย ๆ อาจทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้นและเสียเวลาในการเชื่อมต่อระบบใหม่ เว้นแต่จะเดินทางไปต่างจังหวัดหรือไม่มีคนอยู่บ้านหลาย ๆ วัน

3. ไมโครเวฟ: กินไฟน้อยมาก ถอดไปก็ไม่ช่วยประหยัด

รายงานระบุว่า ไมโครเวฟยุคใหม่เมื่อหน้าจอแสดงผลหรือไฟสถานะดับลงหลังจากใช้งานเสร็จแล้ว แทบจะไม่มีการดึงกระแสไฟสแตนด์บายเลย หรือกินไฟในปริมาณที่น้อยมาก ๆ จนไม่ส่งผลต่อค่าไฟในกระเป๋าของคุณ การขยันเดินไปถอดและเสียบปลั๊กไมโครเวฟทุกครั้งที่ใช้งานจึงแทบไม่เห็นความต่างในบิลค่าไฟ ยกเว้นกรณีต้องการเลี่ยงความเสี่ยงจากฟ้าผ่าหรือไฟกระชากในช่วงมรสุมเท่านั้น

iStockphoto

"เครื่องใช้ไฟฟ้า" ชนิดไหนที่ถอดปลั๊กแล้วประหยัดชัวร์?

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า มีเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทที่คุณสามารถเลือกถอดปลั๊กเพื่อลดค่าไฟสแตนด์บายได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน:

  • โทรทัศน์: หากไม่ได้ดูเป็นเวลานาน สามารถปิดสวิตช์หลักและถอดปลั๊กได้ แต่ต้องระวังว่าทีวีบางรุ่นอาจรีเซ็ตค่าเวลาหรือระบบอัดรายการที่ตั้งไว้
  • คอมพิวเตอร์: เมื่อปิดใช้งานถาวรหลังจากเสร็จงานควรเช็ดทำความสะอาดและถอดปลั๊กออกเพื่อความปลอดภัย แต่หากจำเป็นต้องอัปเดตข้อมูลหรือทำงานระยะไกล แนะนำให้เปิดโหมด "Sleep" แทนการเปิดทิ้งไว้
  • เครื่องปรับอากาศ: หากเข้าสู่ฤดูหนาวหรือไม่ได้เปิดแอร์เป็นเวลานานหลายเดือน การถอดปลั๊กหรือเอาเบรกเกอร์ลงจะช่วยลดค่าไฟสแตนด์บายได้ดีมาก สถิตชี้แอร์กินไฟสแตนด์บายราว 8% *ข้อควรระวัง: เมื่อต้องการกลับมาใช้งานแอร์อีกครั้งหลังจากปิดไปนาน ๆ ควรเสียบปลั๊กทิ้งไว้ล่วงหน้าประมาณ 4-8 ชั่วโมงก่อนกดเปิดเครื่อง เพื่อให้อุปกรณ์ระบบน้ำยาแอร์เตรียมพร้อม ป้องกันคอมเพรสเซอร์พังเสียหาย
อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กิน "ไฟสแตนด์บาย" สูงที่สุด
1. เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส/ไฟฟ้า: กินไฟสแตนด์บายสูงถึง 19%
2. โทรทัศน์: กินไฟสแตนด์บายประมาณ 10%
3. เครื่องปรับอากาศ: กินไฟสแตนด์บายประมาณ 8%
4. โทรศัพท์บ้าน/ระบบสื่อสาร: กินไฟสแตนด์บายประมาณ 8%

 

สรุปแล้ว การประหยัดไฟด้วยการถอดปลั๊กไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ควรเลือกทำกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวัน อย่าพยายามถอดปลั๊กตู้เย็นหรือเราเตอร์เน็ตเพียงเพื่อประหยัดเงินไม่กี่บาท เพราะความเสียหายของอาหารและระบบบ้านที่ตามมาอาจจะแพงกว่าค่าไฟที่เซฟได้หลายเท่าตัว

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล